สุดท้ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนก็มีจุดยืน – เพลินทริป | PlearnTrip.com

Call us  081-420-5572
Email: riabriang@gmail.com

สุดท้ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนก็มีจุดยืน

บริบทการท่องเที่ยวของประเทศไทย การท่องเที่ยวถูกใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาประเทศ มานับจากมีการประกาศใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมแห่งชาติฉบับแรกในปี 2504ในยุคแรกของการท่องเที่ยว เน้นการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในเมืองที่มีความพร้อมด้านทรัพยากรท่องเที่ยว อาทิ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ พัทยา ภูเก็ต และหาดใหญ่ ซึ่งการท่องเที่ยวในยุคแรก เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการนำเงินตราจากต่างประเทศมาพัฒนาประเทศ ขณะที่ประเทศไทยมีข้อได้เปรียบ ที่มีความพร้อมด้านทรัพยากรท่องเที่ยวทางธรรมชาติ วัฒนธรรม โบราณสถาน และโบราณวัตถุ

อัธยาศัยไมตรีของคนไทยเอง ถือว่าเป็นจุดดึงดูดให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศมากยิ่งขึ้น จากจุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวในประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวเพียงแสนคน มาจนถึงปัจจุบันในปี 2558 มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย จำนวน 29,881,091 คน ซึ่งถือได้ว่าประเทศไทยประสบความสำเร็จ ในการประชาสัมพันธ์ ให้นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม เมื่อจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น ความต้องการในการพัฒนาในด้านต่างๆ ก็เพิ่มสูงขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยว ส่งผลให้เกิดผลกระทบจากการท่องเที่ยวทั้งในด้านของสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ในด้านของสังคมการโยกย้ายถิ่นฐานของผู้คนในชนบท เพื่อมาใช้แรงงานในเมืองท่องเที่ยวมีมากยิ่งขึ้น ด้านเศรษฐกิจ การกระจายรายได้เกิดการกระจุกเฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่ในเมืองหลัก ด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรท่องเที่ยวทางธรรมชาติได้ถูกนำมาใช้เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวจำนวนมาก วัฒนธรรมชุมชนถูกดัดแปลงให้เป็นกิจกรรมเพื่อการท่องเที่ยวโดยบางครั้งไม่ได้คำนึงถึงความเหมาะสม ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดเป็นกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวเพียงเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างรายได้

เมื่อกระแสด้านการท่องเที่ยวได้เปลี่ยนแปลงไป โดยการนำของชาติในตะวันตกที่ต้องการพัฒนาการท่องเที่ยวไปสู่ความยั่งยืน ประกอบกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวต้องการเรียนรู้ได้ประสบการณ์จากการเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น และความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากการท่องเที่ยวต้องการเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบด้านการท่องเที่ยวเพื่อตอบสนองความต้องการทั้งsupply side และdemand side การท่องเที่ยวทางเลือก (alternative tourism) จึงเป็นทางออกเพื่อตอบสนองความต้องการดังกล่าว

ขณะที่การท่องเที่ยวโดยชุมชน เป็นการท่องเที่ยวทางเลือก ที่มีความแตกต่างจากการท่องเที่ยวกระแสหลัก ซึ่งอาศัยทุนทางธรรมชาติ สังคมและวัฒนธรรมที่มีอยู่ภายในชุมชน มาเปลี่ยนเป็นสินค้าด้านการท่องเที่ยว โดยอาศัยกระบวนการมีส่วนร่วมของผู้คน ที่มีอยู่ภายในชุมชน มาจัดการทรัพยากรร่วมกัน และแบ่งปันผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นอย่างเสมอภาค ซึ่งเป็นรูปแบบของการท่องเที่ยวทางเลือก ที่เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวในปัจจุบันที่ต้องการประสบการณ์ (local experience) และความรู้จากการเดินทางท่องเที่ยว

นอกจากความสุนทรียภาพอื่นที่ได้รับระหว่างการเดินทาง ซึ่งการท่องเที่ยวโดยชุมชนได้ช่วยพัฒนาบุคลากรในชุมชนให้มีศักยภาพให้สามารถบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชนตนเองได้ รวมถึงเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สร้างความยั่งยืนให้กับทรัพยากร นอกจากนี้การท่องเที่ยวโดยชุมชนยังเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจรายสาขาที่ถือว่าเป็นหน่วยเล็กที่สุดแต่ให้ประสิทธิภาพสูงสุดทั้งในด้านของการใช้ทรัพยากร การแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม และเป็นการจัดการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หากมีการจัดการได้ดีและเป็นระบบสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในชุมชนได้และเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน ตามแนวคิดของการท่องเที่ยวโดยชุมชนเป็นรูปแบบของการจัดการท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ 20 ปี เพื่อนำไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ทั้งในด้านของทรัพยากรทางธรรมชาติ ทรัพยากรมนุษย์ ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในประเทศเพื่อก้าวผ่านกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลางเป็นประเทศที่มีรายได้สูง ซึ่งการท่องเที่ยวโดยชุมชนเป็นทางเลือกหนึ่งที่สามารถนำพาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนได้

แม้ว่าการท่องเที่ยวโดยชุมชนเป็นที่รู้จักกันมานาน แต่ที่ผ่านมาขาดแผนยุทธศาสตร์ในการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างชัดเจน จนเมื่อปลายเดือนมกราคม ที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีมีมติ รับทราบแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืนประจำปีงบประมาณ 2559-2563 (CBT Thailand) ตามที่กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาเสนอและมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการต่อ สาระสำคัญของแผนมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาศักยภาพคนในชุมชนให้มีความรู้ ทักษะ ความสามารถในการจัดการทรัพยากรท่องเที่ยวในชุมชนเพื่อความยั่งยืนบนรากฐานของความพอเพียง สร้างมูลค่าทรัพยากรท่องเที่ยวที่มีอยู่ในชุมชนโดยยกระดับคุณภาพทั้งในด้านของแหล่งท่องเที่ยว และการบริการท่องเที่ยวตามศักยภาพของชุมชน สร้างเครือข่ายการท่องเที่ยวทั้งภายใน และภายนอกชุมชน ทั้งนี้เพื่อสร้างความเข้มแข็งในการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน ประกอบด้วยยุทธศาสตร์ที่สำคัญ 5 ยุทธศาสตร์ คือ

ยุทธศาสตร์ที่ 1 การเสริมสร้างคุณภาพ ทักษะ และความสามารถของทรัพยากรมนุษย์ในชุมชนให้มีศักยภาพในการจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชนแบบพึ่งพาตนเองบนฐานความพอเพียง และความรู้

ยุทธศาสตร์ที่ 2 การส่งเสริมการเพิ่มคุณค่า และมูลค่าของต้นทุนทรัพยากรชุมชนสู่การเป็นสินค้า และบริการบนฐานอัตลักษณ์ เอกลักษณ์ และการมีส่วนร่วมของชุมชนสู่ต้นแบบเป็นแหล่งเรียนรู้การพัฒนา และจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชนในระดับต่าง ๆ

ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาการบริหารจัดการการตลาดการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่มุ่งเน้นการสร้างสมดุลของความสุขอย่างเท่าเทียมระหว่างชุมชน และนักท่องเที่ยว

ยุทธศาสตร์ที่ 4 การพัฒนากลไกการขับเคลื่อนระบบการบริหารจัดการ และการทำงานเชื่อมโยงเชิงเครือข่ายประชารัฐที่มีเอกภาพ มั่นคง และยั่งยืน

ยุทธศาสตร์ที่ 5 การพัฒนาดัชนีชี้วัดความสุข ระหว่างชุมชน และนักท่องเที่ยวตลอดจนพัฒนาไปสู่การเป็นแหล่งเรียนรู้ในภูมิภาคอาเซียน

ถือว่าเป็นก้าวสำคัญอีกครั้งหนึ่งในวงการท่องเที่ยว ที่จะพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนซึ่งเป็นหน่วยบริหารทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชนให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างความสมดุลในการใช้ทรัพยากร แต่ยังคงรักษาไว้ซึ่งอัตลักษณ์เดิมของชุมชน อย่างไรก็ตามการท่องเที่ยวโดยชุมชนยังคงมีสิ่งท้าทายอื่นรออยู่ทั้งในด้านของหน่วยงานไหนที่ควรเข้ามารับผิดชอบในการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างจริงจัง ซึ่งในปัจจุบันมีหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชนเข้ามาทำงานกับชุมชนที่จัดการท่องเที่ยวมากกว่า 10 องค์กร ซึ่งแต่ละองค์กรล้วนมีเจตนาดีต่อชุมชน ประเด็นคือชุมชนจะตั้งรับอย่างไรกับการพัฒนาที่ถาโถมเข้ามาจากทุกสารทิศ…ชวนให้คิดต่อ


ดร.ปรัชญากรณ์ไชยคช