ชุมชนและผู้คนที่เข้มแข็ง – เพลินทริป | PlearnTrip.com

Call us  081-420-5572
Email: riabriang@gmail.com

ชุมชนและผู้คนที่เข้มแข็ง

มีโอกาสร่วมเดินทางกับกองการท่องเที่ยว กทม. เป็นครั้งแรก ตามคำชักชวนของ พี่อ้อย แห่งชุมชนหัวตะเข้ ที่ผมไปเคยร่วมกิจกรรมในฐานะวิทยากรด้านถ่ายภาพหลายครั้ง โดยนัดหมายกันช่วงเช้า ที่บริเวณหน้ากองการท่องเที่ยวฯ เชิงสะพานปิ่นเกล้า หลายคนที่ร่วมทางเป็นชาวชุมชนต่าง เช่น กุฏีจีน นางเลิ้ง และอีกหลายแห่งซึ่งคุ้นหน้ากันดีจากงานที่พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอกของ อ.วราพร รวมทั้งคุณต่อเจ้าหน้าที่ของกทม.ผู้นำกิจกรรมในครั้งนี้

ขบวนเรือที่ลาดชะโด
การเดินทางล่าช้า ตามปกติของวันหยุดยาว จนทำให้ไปถึง ตลาดลาดชะโด ใน อ.ผักไห่ คลาดเคลื่อนจากกำหนดราวชั่วโมงนึง ชาวตำบลลาดชะโดใช้แม่น้ำลำคลองเป็นเรื่องหลักในการดำรงชีวิตตลอดทั้งสายน้ำจะพบเห็น “ยอ” หรือเครื่องมือหาปลาที่ใช้ไม้ไผ่ และตาข่ายขนาดใหญ่มาประกอบกัน ช่วงวันเข้าพรรษาชาวบ้านก็จะตกแต่งเรือด้วยวัสดุตามธรรมชาติ เช่นใบมะพร้าวดอกไม้อื่นๆ ที่หาได้ในแถบนั้นมาประดับจนกลายเป็นขบวนเรือแห่เทียนทาน้ำที่ขึ้นชื่อมาหลายปี นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายภาพ จนวันนี้เกิดที่พักแบบ โฮมสเตย์ ริมน้ำได้บรรยากาศชนบท และยังมีตลาดเก่าอายุร้อยกว่าปี ที่ยังมีชีวิตมีการค้าขายดำเนินอยู่ด้วย (ผมนั้นเคยมานอนค้างเพื่อเฝ้ารอถ่ายภาพขบวนแห่เมื่อหลายปีก่อน) สิ่งน่าสนใจของ ลาดชะโด ยังมีพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นที่เก็บเรื่องราวข้าวของในวันวานไว้ให้ได้ชมกัน ทั้งเครื่องสีข้าวอุปกรณ์การเกษตรต่างๆและเครื่องมือหาปลาที่วันนี้อาจไม่พบเห็นอีกแล้ว

บ้านเขียวริมน้ำ
ไม่ไกลจากตลาดลาดชะโด บ้านเขียว ของขุนพิทักษ์บริหารเจ้าของเรือโดยสารระดับตำนานจากท่าเตียนถึงผักไห่ ที่สร้างแรงบันดาลใจแก่นักเขียนนักแต่งเพลงมากมาย เช่นฉากในนวนิยายเรื่อง “หลายชีวิต” ของ มรว.คึกฤทธิ์ ปราโมช หรือในบทเพลงของศรคีรี ศรีประจวบอย่างแม่ค้าตาคม เรือนไม่สักทองสีเขียว (แบบกระดานดำในห้องเรียน) เด่นสง่าอยู่บนพื้นที่กว้างด้านนึงติดลำน้ำมีระเบียงยื่นออกไปให้เจ้าบ้านนั่งมองกิจการของเขา

“กรุณาสำรวมด้วยนะครับ” เสียงเตือนจากคุณต่อดังขึ้นก่อนนำพาคณะก้าวขึ้นบันไดบ้าน ความคิดของผมนั้นไม่ว่าจะเป็นบ้านเก่า หรือบ้านที่มีเจ้าของอยู่อาศัยปกติล้วนต้องเกรงอกเกรงใจ ในกิจกรรมอบรมถ่ายภาพที่ชุมชนผมมักย้ำรื่องนี้เสมอว่าให้ทักทายขออนุญาตก่อนจะถ่ายภาพความป็นส่วนตัวของชาวบ้านในชุมชนเพราะสิ่งนี้สำคัญกว่าภาพสวยแต่มันคือมิตรภาพที่จะนำพาหลายสิ่งมาให้มากกว่าแค่ภาพสวย

อิ่มอร่อยที่ตลาดโก้งโค้ง
คณะไปต่อกันที่ตลาดโก้งโค้งมีคุณกุ้งเจ้าของตลาดนำทีมกลองยาวมาต้อนรับเป็นที่สนุกสนานวันนี้องตาดโก้งโค้งมากมายไปด้วยนักท่องเที่ยวพ่อค้าแม่ค้ายิ้มแย้มสบายใจกับรายได้ที่ดีขึ้น ผมชอบที่นี่ตรงที่แทบไม่ใช้ป้ายไวนีลหรือแผ่นพลาสติกแต่กลับนำเสื่อสาดที่หาได้ง่ายในพื้นที่มาดัดแปลงทำป้ายบอกทางอะไรต่างๆขอชื่นชมครับ

ชม “สังเค็ด” อันวิจิตรที่วัดเชิงท่า
เราเข้าเมืองเพื่อตามรอยละครดังกับเขาสักหน่อย เมื่อรถแล่นผ่านหน้า วัดไชยวัฒนาราม ก็เห็นรานค้าแขวนชุดไทยให้เช่ากันมากมายแสดงว่ากระแสยังไม่สร่าง คณะมาที่วัดเชิงท่าเพื่อพบกับมัคคุเทศน์น้อยที่มากความสามารถเขาอธิบายเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ได้แม่นยำด้วยความสนใจส่วนตัว มาที่นี่ควรเดินเข้าไปชมในศาลาการเปรียญ ซึ่งเป็นอาคารสร้างใหม่ในสมัยรัตนโกสินทร์ ประมาณรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายในมีภาพเขียนอันเป็นผลงานจิตรกรรม อันงดงามทรงคุณค่า และสิ่งที่แปลกตาไม่เคยพบมาก่อนสำหรับผมนั้นคือมู่ลี่ที่ใช้ไม้แผ่นมาเรียงพร้อมเขียนลวดลายลงไปด้วย ส่วนของวิเศษงดงามอย่างธรรมาสน์ และสังเค็ดวัดเชิงท่าที่คาดว่าน่าจะสร้างในสมัยของพระเจ้าทรงธรรมก็เด่นสง่าชวนให้ยืนมองได้ไม่เบื่อ (คำว่า“สังเค็ด” นี้ในปทานานุกรมได้ให้คำนิยามว่า คือทานวัตถุที่ถวายแก่สงฆ์เมื่อเวลาปลงศพ มีตู้ โต๊ะ เป็นต้น รวมกันถวายแก่พระสงฆ์ผู้เทศน์หรือบังสุกุล )*ที่มาเฟสบุ๊คศิลปวัฒนธรรม

ปิดท้ายที่ค่ายประวัติศาสตร์
อาจารย์สุรพงษ์ได้ใช้ที่ดินริมน้ำ ติดกับบริเวณบ้านโปรตุเกส เป็นสถานที่เรียนรู้ทำกิจกรรมด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น พวกเราล้อมวงกินขนมจีนแกงไก่กันกลางสนามมีเรือโยงแล่นผ่านในยามเย็นนับเป็นบรรยากาศที่ยากจะลืม คณะกลองยาว จากบางบาล มาจัดแสดงแบบให้ความรู้ทั้งเรื่องการเล่น และความเป็นมา เด็กหนุ่มมาดนักซิ่งมาพร้อมใบลานเพื่อสอนการสานปลาตะเพียนสัญลักษณ์ และภูมิปัญญาเก่าแก่ของคนกรุงเก่า โดยมีลุงป้าเข้ามาขอเป็นลูกศิษย์ภาพงดงามปรากฏให้เห็นทั้งรอยยยิ้มเสียงร้องรำวงกับคณะกลองยาวจนศิลปินอิ่มใจใส่กันเต็มที่

ขอขอบคุณ โครงการพัฒนาย่านประวัติเมืองสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ โดยกองการท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร


เรื่องภาพ โดย นิพนธ์ เรียบเรียง