DoiSter..ชีวิตเทียมเมฆ – เพลินทริป | PlearnTrip.com

Call us  081-420-5572
Email: riabriang@gmail.com

DoiSter..ชีวิตเทียมเมฆ

แม่ฮ่องสอน กับผมนั้นพบปะกันมาหลายครั้ง นับตั้งแต่เปิดเส้นทางการบินของ บางกอกแอร์เวย์ แต่ประสบการณ์พิชิตทางโค้งนับพันจากเชียงใหม่ถึงแม่ฮ่องสอนนั้นนับว่าเป็นครั้งแรก (และยากจะลืมเลือน) “ความงามมักซ่อนตัวอยู่ในความยากลำบาก” ไม่รู้ใครพูดไว้ รู้เพียงแต่ว่าหากผมถอดใจไม่ขึ้นรถกระบะต่อขึ้นไปยังบ้านห้วยตองก๊ออันเป็นปลายทางในครั้งนี้แล้ว     ก็คงไม่กล้าบอกใครต่อใครว่าตนเองเป็นช่างภาพอีกแน่นอน….

จากเชียงใหม่ถึงแม่ฮ่องสอนบนถนนสายลำไส้

   ทริปนี้มีเพื่อนร่วมทางเป็นสื่อมวลชนจากหลายแห่งโดยมีเจ้าหน้าที่จาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เป็นผู้นำทีม เสียงพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการเดินทางทำงานมีให้ฟังตลอดจนกระทั่งเข้าเขต อ.ปางมะผ้า เสียงพูดคุยเริ่มเงียบ (อาจเพราะแรงเหวี่ยงหลายต่อหลายโค้ง) แต่อย่างไรเราก็ต้องไปให้ทันเวลานัดหมายกับรถกระบะแบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่จะนำพาขึ้นยอดดอยอีกทอดนึง เพราะยิ่งมืดค่ำจะลำบากในการไต่เขาชันขึ้นไปนั่นเอง ผมเองนั้นอ่อนเพลียจากอาการเมารถจนคิดท้อใจอยากขอเข้าที่พักด้านล่างแต่น้องๆที่ร่วมทางก็ให้กำลังใจต่อว่าผ่านมาพันกว่าโค้งแล้วเหลืออีกนิดเดียวเองพี่ เอ้า ลุยต่อ หลายคนอมยิ้มกับฉายาที่ผมตั้งให้ถนนเส้นนี้ว่า “ถนนสายลำไส้” ก็มันคดโค้งจนแทบไม่มีทางตรงเลยนี่นา

ยิ่งสูงยิ่งสวย…

เราเปลี่ยนรถกันที่บริเวณสถาบันราชภัฎแม่ฮ่องสอนโดยมีอ.เกษม กุณาศรี คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

หัวหน้าโครงการ การศึกษาศักยภาพและพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน ฝ่ายการวิจัยมุ่งเป้า สกว. รอรับพวกเราอยู่ ห้าสิบกิโลเมตรต่อจากนี้ต้องใช้เวลาถึงสองชั่วโมงครึ่งในการไต่ความสูงชันขึ้นไปเรื่อยๆ โชคดีที่เป็นช่วงหน้าร้อนจึงยังมีเวลาพอเก็บภาพทิวทิศน์ยามเย็นก่อนอาทิตย์ลับฟ้าที่จุดชมวิว และมนต์เสน่ห์ของยอดดอยก็น่าจะเริ่มจากจุดนี้นี่เอง ราวสักสองทุ่มเราก็ถึงปลายทางแต่ผมนั้นหมดสภาพเกินกว่าจะอยู่ร่วมวงอาหารเย็นจึงขอไปนอนพักก่อนเป็นคนแรก

โฮมเสตย์ปกาเกอะญอบ้านห้วยตองก๊อ….

ฟูกนอนถูกปูเตรียมไว้พร้อมเครื่องนอนหอมกลิ่นแดดอากาศเย็นสดชื่นจนถึงขั้นหนาวในยามดึกจนต้องห่มผ้าสองชั้น ทั้งที่เป็นช่วงเดือนมีนาคม……เช้าตรู่กับการถูกปลุกด้วยเสียงไก่ขันนับเป็นความคลาสสิกและรู้สึกถึงการมีชีวิตใหม่จริงๆ ในครัวแม่บ้านกำลังต้มน้ำเตรียมอาหารควันไฟลอยขึ้นไปยังด้านบนหลังคาที่สานและมุงด้วยใบไม้ตระกูลปาล์ม พวกเขาเรียกชื่อมันว่า “ใบตองก๊อ” อันเป็นที่มาของชื่อหมู่บ้าน ผมเพลินกับวิวทุ่งนาขั้นบันไดด้านหลังบ้านจนเพื่อนเรียกให้ร่วมวงข้าวเช้าที่จัดใส่โตกกลมแบบทางเหนือท่ามกลางอุณหภูมิสักสิบกว่าองศาน่าจะได้ “หนาวจริงต้องมกราธันวา”ชาวบ้านคนนึงพูดขึ้นเมื่อเห็นเราบ่นว่าหนาวในขณะที่เขาสวมเพียงเสื้อแขนสั้น

วิถีชีวิตยามเช้าของบ้านห้วยตองก๊อดำเนินไปอย่างไม่เร่งร้อนชายหนุ่มบางคนถือแก้วทำจากไม้ไผ่บรรจุชาร้อนควันฉุยออกมานั่งบนกองฟืนหน้าบ้านมีแมวตัวเก่งวิ่งตามมาชวนเล่น หากจะต่างไปบ้างก็ตรงที่วันนี้มีการสาธิตการย้อมผ้า ตีมีดและอื่นๆให้พวกเราได้ชมกันนั่นเอง

สถาปนิกหนุ่มกับการพัฒนาชุมชน

คุณสมภพ ยี่จอหอในชุดผ้าทอสีสวยย้อมจากผลของต้นตองก๊อคือเจ้าของไอเดีย DoiSter อันเป็นเรื่องของการสร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาของชาวบ้านที่นี่ให้เป็นที่รู้จักและสนใจในเรื่องราวความเป็นมา หลายปีที่ผ่านมาเขานำพาปกาเกอะญอไปงานแฟร์ต่างๆพร้อมมีการสาธิตในแบบเวิร์ค ช้อป รวมทั้งช่วยดูแลในเรื่องดีไซน์โดยให้อยู่ในแนวคิดหลัก เช่นลายใบตองก๊อหรือวัตถุดิบธรรมชาติที่นำมาใช้ในการดำรงชีพของชาวบ้าน ผมดูแล้วก็นึกถึงงานของพวกอะบอริจินหรือกระทั่งอินเดียนแดงที่ลึกล้ำในความเข้าใจธรรมชาติเป็นอย่างมาก การเข้ามาท่องเที่ยวในบ้านห้วยตองก๊อนั้นถือเป็นการนำเอาวิถีชีวิตโดยเฉพาะด้านหัตถกรรมเป็นตัวหลักส่วนที่พักนั้นเป็นรอง เพราะนักท่องเที่ยวส่วนมากจะชื่นชอบการเรียนรู้ต่างๆ เช่นย้อมผ้าหรือแม้กระทั่งการตีมีด

อยากลิ้มลองต้องมาเอง….

เรื่องราวลวดลายการทอผ้าที่สามารถบอกเล่าความเป็นมาช่วยสร้างมูลค่าได้มากแต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนวิถีหลักของพวกเขา   ใครสนใจอยากหาประสบการณ์ท่ามกลางขุนเขาสายหมอกก็ลองเข้าไปดูที่เพจ การท่องเที่ยวโดยชุมชน บ้านห้วยตองก๊อ หรือโทรติดต่อโดยตรงที่ 088 2912419 คุณทินกร และยิ่งถ้าคุณเป็นคนรักการถ่ายภาพผมอยากบอกว่าขอให้เตรียมไปให้เต็มที่เพราะเรื่องราวความสวยงามนั้นมากมายเกินจะบรรยายจริงๆครับ

 

ขอขอบคุณ ฝ่ายการวิจัยมุ่งเป้า สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)